“โปรเม”พร้อมทำหน้าที่ให้ดีที่สุดกับโอลิมปิกเกมส์ครั้งที่ 2

มหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 23 กรกฎาคม-8 สิงหาคมนี้ นับเป็นครั้งที่ 4 ในประวัติศาสตร์ที่กีฬากอล์ฟได้บรรจุเข้าชิงชัยเหรียญทอง

กอล์ฟบรรจุแข่งขันครั้งแรกในโอลิมปิกเกมส์ปี 1900 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ต่อด้วยปี 1904 ที่เมืองเซนต์หลุยส์ สหรัฐอเมริกา โดยครั้งแรกชิงกัน 2 เหรียญทองประเภทบุคคลชายและบุคคลหญิง แต่ครั้งที่สองถอดประเภทบุคคลหญิงออก ไปเพิ่มประเภททีมชายแทน

ในปี 1908 กอล์ฟได้รับการบรรจุแข่งต่อ แต่เกิดเหตุวุ่นวายขึ้นจากปัญหาความขัดแย้งเรื่องการบริหารจัดการภายในของเจ้าภาพ สหราชอาณาจักร  ทำให้เกิดปัญหาเรื่องเอกสารสมัครแข่ง นำไปสู่การถอนทีมกะทันหันของเจ้าภาพ ขณะที่คนอื่นๆ ก็ลงแข่งไม่ได้ มีเพียงจอร์จ ลีออน แชมป์เก่าจากแคนาดา คนเดียวที่ได้รับสิทธิเข้าแข่งขันถูกต้อง เมื่อเจ้าภาพจะมอบเหรียญทองให้ลีออนแบบไม่ต้องแข่ง เจ้าตัวปฏิเสธ กลายเป็นหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ที่ไม่น่าจดจำของกีฬากอล์ฟในโอลิมปิกเกมส์

หลังจากนั้น กอล์ฟก็ถูกถอดออกจากกีฬาชิงเหรียญทองในโอลิมปิกเกมส์ฤดูร้อน กว่าจะรื้อฟื้นกลับมาบรรจุแข่งขันอีกครั้งก็ในศึก “ริโอเกมส์” ที่นครริโอ เด จาเนโร ประเทศบราซิล เมื่อปี 2016 โดยกลับมาชิง 2 เหรียญทองประเภทบุคคลชายและหญิงอีกครั้ง

เมื่อ 5 ปีที่แล้ว “โปรเม” เอรียา จุฑานุกาล อดีตนักกอล์ฟสาวมือ 1 ของโลก มีชื่อเข้าร่วมแข่งขันในฐานะตัวแทนประเทศไทย ในประเภทบุคคลหญิง ร่วมกับ “โปรแหวน” พรอนงค์ เพชรล้ำ

น่าเสียดายที่โปรเมต้องถอนตัวจากการแข่งขันกลางคันเนื่องจากปัญหาบาดเจ็บที่หัวเข่าซ้ายทำให้การลงเล่นให้ทีมชาติไทยในวาระที่กีฬากอล์ฟกลับมาบรรจุในโอลิมปิกเกมส์อีกครั้งในรอบ 102 ปี ทิ้งความรู้สึกหลากหลายให้โปรเม เป็นหนึ่งสิ่งที่ยังคงค้างคาใจมาจนถึงปัจจุบัน

หลังจากริโอเกมส์ โปรเมก็ได้เจอทั้งช่วงเวลาที่ดีและแย่สลับกันไป ในปี 2018 เป็นอีกครั้งที่อาชีพนักกอล์ฟของโปรเมถึงจุดพีค กับการคว้า 3 แชมป์ LPGA Tour ซึ่งหนึ่งในนั้นคือรายการเมเจอร์ U.S. Women’s Open รวมถึงกวาดรางวัลท้ายปีครบถ้วนเป็นคนแรกในประวัติศาสตร์ ซึ่งรวมถึงรางวัลนักกอล์ฟยอดเยี่ยมแห่งปี และเงินรางวัลรวมสูงสุดอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ปี 2019 โปรเมจบปีโดยปราศจากแชมป์ครั้งแรกในรอบ 4 ปี และในปี 2020 ผลงานก็ยังไม่เข้าที่นัก ไม่ผ่านตัดตัว 3 รายการ จากทั้งหมด 13 รายการที่ร่วมแข่งขัน และจบอันดับท็อป 10 ได้ 3 รายการ

แต่โปรเมก็ไม่ถอดใจ เมื่อพลาดพลั้งก็พยายามตั้งหลักใหม่ จนประสบความสำเร็จ กลายเป็นนักกอล์ฟไทยคนแรกที่คว้าแชมป์ LPGA Tour รายการ Honda LPGA Thailand ที่บ้านเกิด เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม เป็นแชมป์แรกในรอบ 3 ปี อีกทั้งยังทำให้อันดับโลกที่เคยตกไปอยู่อันดับ 33 ของโลก แรงขึ้นมาอยู่อันดับ 21 ในปัจจุบัน

หลังจบการแข่งขันเมเจอร์รายการล่าสุด KPMG Women’s PGA Championship เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีการตัดตัวนักกอล์ฟที่ได้สิทธิร่วมแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2020 ปรากฏว่า โปรเมคว้าโควต้าได้อีกครั้ง โดยคราวนี้เพื่อนร่วมทางคือ “โปรเหมียว” ปภังกร ธวัชธนกิจ

ก่อนหน้านี้ โปรเมเคยให้สัมภาษณ์เว็บไซต์ของโอลิมปิกเกมส์ว่า หวังจะมีโอกาสได้กลับไปแข่งโอลิมปิกเกมส์อีกครั้ง และแน่นอนว่าเป้าหมายย่อมเป็นเช่นเดียวกับทุกๆ รายการที่ร่วมแข่งขัน นั่นคือการทำให้ดีที่สุด แล้วผลลัพธ์ที่ออกมาก็จะเป็นไปตามผลงานในสนาม

โปรเมบอกด้วยว่า ไม่ว่าจะเป็นกีฬาใด การได้เป็นส่วนหนึ่งของโอลิมปิกเกมส์คือหนึ่งในความฝันของนักกีฬาทุกคน และเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทุกคนพยายามอย่างเต็มที่ในกีฬานั้นๆ และเป้าหมายของตนก็ไม่ต่างจากนักกีฬาคนอื่น นั่นคือการคว้าเหรียญรางวัลให้ได้ เพื่อผลงานโดยรวมของทัพนักกีฬาไทย และเพื่อสร้างความสุขให้กับแฟนๆ กีฬาชาวไทยไปพร้อมๆ กัน

Published on: Jul 14, 2021

(Visited 96 times, 1 visits today)