พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทานนวัตกรรม “ห้องตรวจหาเชื้อ” พัฒนาโดยเอสซีจี ใน “โครงการเครื่องช่วยหายใจและเครื่องมือแพทย์พระราชทาน” เป็นแห่งที่ 8 แก่ โรงพยาบาลราชบุรี

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน “ห้องตรวจหาเชื้อ (Modular Swab Unit)” เป็นแห่งที่ 8 ให้แก่โรงพยาบาลราชบุรี ซึ่งเป็นหนึ่งใน “โครงการเครื่องช่วยหายใจและเครื่องมือแพทย์พระราชทาน” เพื่อรับสถานการณ์การระบาดของเชื้อโควิด-19 โดยได้พระราชทานพระราชทรัพย์ให้เอสซีจีดำเนินการก่อสร้างให้โรงพยาบาลต่าง ๆ 20 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งโรงพยาบาลราชบุรีถือเป็นศูนย์กลางในการรับส่งต่อผู้ป่วย 8 จังหวัดใกล้เคียง รวมทั้งมีผู้ป่วยทั้งชาวไทยและต่างชาติมาใช้บริการจำนวนมากในแต่ละวัน ทั้งนี้นวัตกรรมดังกล่าวช่วยลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อโควิด-19 ให้บุคลากรทางการแพทย์ในขณะปฏิบัติหน้าที่ ด้วยการแยกพื้นที่ระหว่างทีมแพทย์และคนไข้ห่างออกจากกัน และใช้ระบบควบคุมแรงดันและคุณภาพอากาศที่เหมาะสม พร้อมกับมีระบบฆ่าเชื้อ ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค โดยสามารถติดตั้งในพื้นที่จำกัดได้อย่างรวดเร็วภายใน 3 วัน เพื่อให้พร้อมบริการแก่บุคลากรทางการแพทย์และประชาชนได้ทันที ยังความปลื้มปีติแก่ทีมแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ ตลอดจนประชาชนทุกหมู่เหล่า ต่างรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น โดยมี นายชยาวุธ  จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี แพทย์หญิงปาจรีย์  อารีย์รบ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดราชบุรี พร้อมด้วย นายแพทย์พิเชียร วุฒิสถิรภิญโญ  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชบุรี และ นายแสงชัย  วิริยะอำไพวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ ธุรกิจกระดาษบรรจุภัณฑ์ เอสซีจี แพคเกจจิ้ง ร่วมพิธีรับพระราชทานห้องตรวจหาเชื้อดังกล่าว

ห้องตรวจหาเชื้อพระราชทาน แห่งที่ 8 โรงพยาบาลราชบุรี

นายชยาวุธ จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี กล่าวว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงมีพระเมตตาต่อบุคลากรทางการแพทย์ทุกคนของโรงพยาบาลราชบุรี และพสกนิกรจังหวัดราชบุรีอย่างหาที่สุดมิได้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน “ห้องตรวจหาเชื้อ (Modular  Swab Unit)” ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการเครื่องช่วยหายใจและเครื่องมือแพทย์พระราชทาน เพื่อรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ให้เอสซีจีดำเนินการก่อสร้างให้แก่โรงพยาบาลต่าง ๆ รวม 20 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงโรงพยาบาลราชบุรี ซึ่งได้รับพระราชทานเป็นแห่งที่ 8 บุคลากรทางการแพทย์ทุกคนของโรงพยาบาลราชบุรี และประชาชนทุกคน รู้สึกซาบซึ้งและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ และจะนำนวัตกรรมห้องตรวจหาเชื้อที่ได้รับพระราชทานในครั้งนี้ไปใช้ในการดูแลรักษาผู้ป่วยในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ให้ได้รับการดูแลรักษาอย่างดีที่สุดเต็มกำลังความสามารถ และเพื่อเป็นเครื่องมือป้องกันให้กับบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานเป็นแนวหน้า อีกทั้งเป็นกำลังหลักในการรักษาผู้ป่วยให้มีขวัญ มีกำลังใจ และมีความปลอดภัยในการปฏิบัติงานต่อไป”

ด้าน แพทย์หญิงปาจรีย์  อารีย์รบ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดราชบุรี กล่าวว่า “สาธารณสุขจังหวัดราชบุรีพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ล้วนรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงมีต่อการแพทย์และการสาธารณสุขไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในครั้งนี้ รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมรับมอบห้องพระราชทานนี้ นับเป็นประโยชน์มหาศาลแก่โรงพยาบาลราชบุรีในการเพิ่มความพร้อมและสามารถรับมือกับโรคระบาดซึ่งใช้เวลาก่อสร้างอย่างรวดเร็วและใช้งานได้ทันที อีกทั้งยังสามารถปรับเป็นห้องตรวจผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจได้เมื่อสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ ทำให้โรงพยาบาลให้บริการสาธารณสุขที่ดีแก่ประชาชน อันเป็นประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม

นายแพทย์พิเชียร  วุฒิสถิรภิญโญ  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชบุรี กล่าวว่า “โรงพยาบาลราชบุรี เป็นโรงพยาบาลศูนย์ ขนาด 855 เตียง ให้บริการผู้ป่วย8 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดนครปฐม จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดกาญจนบุรี และภายในจังหวัดราชบุรี และเป็นศูนย์รับ-ส่งต่อผู้ป่วยในเขตบริการสุขภาพที่ 5 ในแต่ละวันมีจำนวนผู้ป่วยมารับบริการเป็นจำนวนมากรวมทั้งชาวต่างชาติ จำนวนผู้ป่วยนอกเฉลี่ย 3,251 รายต่อวัน จำนวนผู้ป่วยในเฉลี่ย 731 รายต่อวัน จากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 และการให้บริการแบบเดิมมีลักษณะแออัด ในบริเวณพื้นที่จำกัดของโรงพยาบาล และมีข้อจำกัดด้านปริมาณของเจ้าหน้าที่และบุคคลากรทางการแพทย์ที่ไม่เพียงพอ มีผลกระทบต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 เป็นอย่างยิ่ง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี  ทรงมีพระเมตตาต่อจังหวัดราชบุรี บุคลากรทางการแพทย์ทุกคนของโรงพยาบาลราชบุรี อย่างหาที่สุดมิได้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน “ห้องตรวจหาเชื้อ (Modular  Swab Unit)” ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการเครื่องช่วยหายใจและเครื่องมือแพทย์พระราชทาน เพื่อรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ให้เอสซีจีดำเนินการก่อสร้างให้แก่โรงพยาบาลต่าง ๆ รวม 20 แห่งทั่วประเทศ รวมถึง โรงพยาบาลราชบุรี ซึ่งได้รับพระราชทานเป็นแห่งที่ 8 คณะผู้บริหาร และบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลราชบุรี รู้สึกซาบซึ้งและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และจะนำนวัตกรรมห้องตรวจหาเชื้อที่ได้รับพระราชทานในครั้งนี้ ไปใช้ในการดูแลรักษาผู้ป่วย ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ให้ได้รับการดูแลรักษาอย่างดีที่สุด เต็มกำลังความสามารถ และเพื่อเป็นเครื่องมือป้องกันให้กับบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานเป็นแนวหน้า อีกทั้งเป็นกำลังหลักในการรักษาผู้ป่วยให้มีขวัญ มีกำลังใจ และมีความปลอดภัยในการปฏิบัติงานต่อไป”

นวัตกรรมห้องตรวจหาเชื้อ (Modular Swab Unit) นี้ พัฒนาจากเทคโนโลยีของ SCG HEIM และ Living Solution

ขณะที่ นายแสงชัย วิริยะอำไพวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ ธุรกิจกระดาษบรรจุภัณฑ์ เอสซีจี แพคเกจจิ้ง กล่าวว่า “เอสซีจี รู้สึกปลาบปลื้มเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ ให้มีส่วนร่วมในการผลิตนวัตกรรมห้องตรวจหาเชื้อ (Modular Swab Unit) เพื่อช่วยปกป้องแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ ขณะปฏิบัติหน้าที่ อันเป็นการตอบแทนความเสียสละและอุทิศตนของท่านทั้งหลายที่ได้ช่วยกันดูแลรักษาผู้ป่วย และยังช่วยปกป้องประชาชนจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสนี้ โดยห้องตรวจหาเชื้อดังกล่าว พัฒนาจากเทคโนโลยีของ SCG HEIM และ Living Solution ซึ่งได้ออกแบบให้มีระบบที่จะช่วยควบคุมแรงดันและการหมุนเวียนของอากาศให้สะอาด ปลอดภัย มีระบบการป้องกันอากาศรั่วไหล ที่ทำให้ห้องปิดสนิท ป้องกันอากาศเข้า-ออกตัวอาคาร ทำให้ภายในอาคารสามารถควบคุมแรงดันอากาศได้เป็นอย่างดี ช่วยเพิ่มความมั่นใจในความปลอดภัยแก่บุคลากรทางการแพทย์ ขณะปฏิบัติหน้าที่ได้มากขึ้น สำหรับห้องตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาลราชบุรี ได้ติดตั้งในบริเวณหน้าคลินิกแสงตะวัน เพื่อให้ขั้นตอนการตรวจคัดกรองผู้ป่วยและการตรวจหาเชื้อดำเนินไปอย่างราบรื่น แม้ว่าพื้นที่ติดตั้งจะมีข้อจำกัด เนื่องจากเป็นพื้นที่แคบ แต่ด้วยความร่วมมืออย่างดียิ่งของทางโรงพยาบาล ประกอบกับประสบการณ์และความชำนาญของทีมติดตั้ง จึงทำให้การดำเนินการต่าง ๆ สำเร็จลงภายในเวลาเพียง 3 วัน พร้อมที่จะให้บริการแก่บุคลากรทางการแพทย์และประชาชนได้ในทันที”

นวัตกรรมห้องตรวจหาเชื้อ (Modular Swab Unit) นี้ พัฒนาจากเทคโนโลยีของ SCG HEIM และ Living Solution ภายในห้องตรวจผู้ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 ได้ออกแบบให้มีระบบ Smart Indoor Air Quality (IAQ Smart) ที่ช่วยควบคุมแรงดันและการหมุนเวียนของอากาศให้สะอาด ปลอดภัย และระบบการป้องกันอากาศรั่วไหล (Air Tightness) ที่ทำให้ห้องปิดสนิท ป้องกันอากาศเข้า-ออกตัวอาคาร ทำให้ในตัวอาคารสามารถควบคุมแรงดันอากาศได้เป็นอย่างดี โดยทีมแพทย์จะอยู่ในห้องความดันบวก ที่ไม่มีอากาศเสียจากภายนอกเข้าไป อากาศภายในจึงบริสุทธิ์ปลอดภัย ส่วนผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงติดเชื้อจะอยู่ในห้องความดันลบ และมีระบบดูดอากาศเสียออกไปกำจัดอย่างต่อเนื่อง จึงป้องกันไม่ให้มีอากาศฟุ้งกระจายออกไปภายนอก เพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยให้แก่ทีมแพทย์ ซึ่งการเก็บตัวอย่าง (Swab) จะทำผ่านแผ่นอะคริลิกที่เจาะเป็นช่อง โดยแพทย์สามารถสอดมือผ่านช่องที่มีถุงมือคลุมด้วยพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งเพื่อเก็บตัวอย่าง จึงลดความเสี่ยงในการปนเปื้อนจากผู้ที่เข้ารับการตรวจพร้อมใช้แสงยูวีเข้มข้นสูง ฆ่าเชื้อโรคต่าง ๆ (UV Germicide) หลังจากการใช้งานในห้องทุกครั้ง ทั้งนี้ โครงสร้างกว่าร้อยละ 80 ประกอบขึ้นรูปภายในโรงงานที่มีการควบคุมคุณภาพและความสะอาดตลอดกระบวนการผลิต และยังสามารถติดตั้งได้รวดเร็ว

ปกป้องบุคลากรทางการแพทย์ และประชาชน ให้ปลอดภัยจากการติดเชื้อโควิด-19

ทั้งนี้ โรงพยาบาล 20 แห่งทั่วประเทศ ที่ได้รับพระราชทานนวัตกรรม “ห้องตรวจหาเชื้อ” พัฒนาโดย “เอสซีจี” ได้แก่
1. รพ.ภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ 2. รพ.สมเด็จพระยุพราชสระแก้ว 3. รพ.กลาง 4. สถาบันโรคทรวงอก 5. สถาบันบำราศ-นราดูร 6. รพ.พุทธชินราช พิษณุโลก 7. รพ.ตำรวจ  8. รพ.นครปฐม  9. รพ.อุตรดิตถ์ 10. รพ.สมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา 12. รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ 12. รพ.ราชบุรี 13. รพ.พหลพลพยุหเสนา 14. รพ.สวรรค์ประชารักษ์ 15. รพ.นครพิงค์ 16. รพ.อุดรธานี 17. รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ 18. รพ.สุราษฎร์ธานี 19. รพ.สงขลานครินทร์ และ 20. รพ.หาดใหญ่

(Visited 210 times, 1 visits today)